สมัครสมาชิก

ลืมรหัสผ่าน

สมัครสมาชิก

ลงทะเบียนสมัครสมาชิก ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา เพื่อช่วยกันช่วยเหลือสังคม ให้โอกาสแก่ผู้ที่ไร้ที่อยู่อาศัย และผู้ที่ประสบปัญหาขาดแคลนคุณทรัพย์ ร่วมกันสรรสร้างสังคมให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นไป

สมัครสมาชิก

สมัครสมาชิก

รายละเอียดโครงการ

Unzipped a Life

Unzipped a Life

jn
จะมีใครโชคร้ายได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ตลอดเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ประสบอุบัติเหตุไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง ทำให้ต้องกลายมาเป็นคนพิการ เกือบตายกับสามีคนแรกที่ติดยา ออกจากโรงเรียนตั้งแต่ม. 3 ต้องทำนาตั้งแต่อายุยังน้อย ที่พักโดนไล่ที่ ไม่มีที่จะอยู่ ต้องพาแม่ที่มีอายุค่อนข้างมาก พร้อมลูกสาวอีกสองคนร่อนเร่หาที่พัก หรือแม้แต่ไม่มีเงินเหลือสักบาทเพื่อกินข้าว แต่นั่นเป็นชีวิตนิภาภรณ์หรือปุ๊กที่เผชิญอยู่

"ตั้งแต่จำความได้ก็ไม่อายุ 19 ปี ขณะเดินกลับบ้านก็มีรถมาชนแล้วคนขับก็หนีไป รู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว ตอนนั้นหมอบอกว่าที่อาการหนักสุดคือที่ขาขวาค่อนข้างบวม กระดูกแตกและมีปัญหาการเดินเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นก็โดนรถมอเตอร์ไซต์ชนบ้าง จักรยานชนบ้าง รถยนต์บ้าง ไอ้ที่ตลกคือมันชนขาข้างที่เจ็บอยู่แล้ว เกือบ 10 กว่าครั้งที่โดนแบบนี้ หนักสุดก็คงตอนสามีเก่ากระชากผมเราลงจากมอเตอร์ไซค์แล้ว รถทับขาที่เจ็บ เราไม่มีเงินรักษา ก็ฝืนทนไปเท่าที่ทนได้"

แต่การฝืนคงไม่ไหวกับความถี่ของการโดนชน ขาของปุ๊กเริ่มบวมจนกางเกงวอร์มที่ใส่ประจำไม่สามารถใส่ได้และเดินไปทำงานไม่ได้ นั่นถึงได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโดยใช้บัตรทองฯ รักษา

"ข้างบ้านพาไปโรงพยาบาลเพราะเราเดินไม่ได้ ขาบวมมาก มาหนักสุดตอนที่สามีคนแรก เกิดอาการเสี้ยนยา ดึงหัวเราลงจากมอเตอร์ไซต์ เราโดนลากไป ส่วนรถก็มาทับขาที่เจ็บอยู่ เลยเป็นหนักขึ้น"

สามีคนแรกของปุ๊กพบกันโดยการแนะนำจากทางผู้ใหญ่ของฝ่ายชายซึ่งมีอายุน้อยกว่า เบื้องหน้าของชายหนุ่มดูเหมือนไม่มีอะไร แต่หลังจากได้ใช้ชีวิตร่วมกันสักพักถึงได้ทราบว่า ผู้ชายที่เธอคิดจะฝากฝังกลับเป็นคนติดยาเสพติดอย่างหนัก ถึงขนาดเกิดอาการหลอนและมีการทำร้ายร่างกายในขณะที่ตั้งท้องลูกคนแรกอีกด้วย
"โชคดีที่ไม่แท้ง พอคลอดลูกคนแรก เราก็ขอเลิกกับเขา เพราะหมดความอดทน แรกๆ ก็มารังควานเราอยู่ หลังจากที่เราโดนไล่ที่ แล้วย้ายมาอยู่ที่ไหน เขาก็ไม่ได้มาหาเราอีก จนกระทั่งเราเจอสามีคนนี้"

สามีคนที่สองในัวัยเกือบสี่สิบของปุ๊กนั้นต่างจากคนแรกอย่างลิบลับ เพราะได้เห็นเรื่องราวตอนที่เธอโดนสามีเก่าทำร้าย เมื่อปุ๊กได้หย่าขาดจากสามีคนแรก เขาจึงได้เข้ามาช่วยเหลือและอยู่กินกันในที่สุด

"คนนี้ดีมาก รักลูกเราและยินดีจะช่วยเหลือเรา เขาทำงานเป็นชาวนาเหมือนกับเราก็ไม่ค่อยได้เงินอะไรมากมายนัก แต่ในเรื่องของจิตใจดีกว่าเมื่อก่อนมาก ก่อนหน้านี้เราเคยยากจนถึงขนาดไม่มีเงินเลยสักบาทเดียว ได้แต่กินน้ำอย่างเดียว หรือบางทีก็เอาปลากระป๋องใส่ผักบุ้งเยอะๆ แล้วแบ่งกินกัน 3 คน ให้ลูกกับแม่ได้กินก่อน ส่วนเราก็อดเอาได้" น้ำเสียงที่แทบจะหมดหวังของปุ๊กบอกถึงความลำบากในการหากิน

"รายได้เราไม่เคยพอ ตอนที่ทำงานในฟาร์มแพะ ก็ได้แค่วันละ 150 บาท ทำทุกอย่าง ตั้งแต่ดูแลแพะ ให้อาหาร ฉีดยา ขนมูล ทำมาเกือบ 6 ปี ก็เลิกเพราะตอนนั้นเกิดโรคระบาดในแพะ เราสามารถติดเชื้อจากสัตว์ได้ จึงไปหางานที่โรงงานพลาสติกสำหรับอะไหล่รถยนต์ ก็ได้วันละ 300 บาท แต่ให้เป็นรายวัน ถ้าวันไหนเราหยุดก็อดได้ ทำมาสามปีเราไม่เคยหยุดแม้แต่วันเดียว แต่ก็ไม่เคยพอ เพราะมีค่าใช้จ่ายตลอด ก่อนหน้านี้มีบางวันท้อขนาดอยากฆ่าตัวตาย แต่พอนึกถึงหน้าแม่กับลูกก็ทำใจไม่ลง ได้แต่คิดในใจว่าเราต้องสู้ต่อ ต้องทำให้ได้ อย่างน้อยตอนนี้ก็ได้เจอคนที่เราคอยช่วยเหลือกันได้"

ความหวังเดียวในตอนนี้ของปุ๊กคือการมีบ้านที่ดีกว่าเดิม บ้านที่สามารถกันฝนและอันตรายจากทั้งสัตว์และคนได้ เพราะทุกวันนี้ของในบ้านสิ่งเดียวที่ใหม่สุดคือ เตาแก๊สสำหรับทำกับข้าว "หลังคาสังกะสีพวกนี้ก็ได้มาฟรีจากโรงเรียน ไม้ที่ตั้งก็ไปตัดเอามาทำกันเอง ของทุกอย่างในบ้านคือของบริจาคหมด คนที่อาศัยแถวนี้บอกต่อๆ กันไป ก็ได้รับความช่วยเหลือบ้างในแง่ของอาหาร แต่สภาพบ้านเราก็ยังทำอะไรไม่ได้ หลังคาก็รอยรั่วอยู่มาก เวลาฝนตกหนัก เราได้แต่นั่งหลับเอา เพราะไม่อย่างงั้นก็เปียก ไม่มีที่ให้หลบ บ้านก็ไม่ได้แข็งแรง ไม่มีแม้แต่ประตูรั้ว เราก็กลัวเรื่องงู เพราะใกล้หนองน้ำ กลัวเรื่องคนเข้ามาทำร้าย เพราะมีผู้ชายคนเดียว ทั้งบ้านก็มีลูกสาวสองคน และคนแก่ กับตัวเองที่ไม่เดินไม่ค่อยได้"

นอกเหนือจากบ้านแล้ว อีกหนึ่งความฝันที่เธอต้องการคือ การได้เห็นลูกสาวทั้งสองคนเรียนหนังสือในระดับปริญญา "อยากเห็นเขาเรียนหนังสือสูงๆ ไม่ต้องเป็นแบบเรา เราอยากมีเงินเก็บสำหรับการศึกษาของเขา ถ้ามีบ้าน ชีวิตเราคงดีขึ้น เพราะเราจะได้สนใจมีเงินเพิ่มมากขึ้น ไว้เป็นทุนสำรองเผื่อเจ็บไข้ หรือทุนการศึกษา แต่ตอนนี้ เราแทบจะไม่มีเงินเหลือไว้ทำอะไรได้สักอย่าง เงินที่มีมาก็ต้องให้ลูกก่อน ตั้งใจจะเก็บเงินสำหรับทำบ้านให้ดีขึ้นก็ต้องทำ แต่จะได้เมื่อไหร่ไม่รู้ จะนานเป็นสิบปีแค่ไหน เราก็จะทนและจะทำให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยแม่ก็อายุเยอะแล้ว อยากให้มีแม่มีบ้านดีๆ ในบั้นปลายชีวิต เราขอแค่นี้แหละ"



< ย้อนกลับ